สำหรับพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่คงหนีไม่พ้นเรื่องของการตั้งราคาสินค้าที่จะนำมาขายซึ่งในบทความนี้เราได้นำ เทคนิคและกลยุทธ์ในการตั้งราคาสินค้าสำหรับพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ควรรู้มาแชร์ให้กับเพื่อนๆ ได้นำไปปรับใช้ไม่ว่าจะเป็นสินค้าชนิดไหนประเภทใดก็สามารถนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ตามความเหมาะสมกันค่ะ

     การตั้งราคาสินค้านั้นถือได้ว่าเป็นศาสตร์ที่สำคัญสำหรับเจ้าของกิจการทุกขนาด เพราะการตั้งราคาที่เหมาะสมสามารถบอกได้ถึงผลลัพธ์ของธุรกิจนั้นๆ ได้ในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไรดังนั้นจึงไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาดและจะมีเทคนิคและกลยุทธ์ใดที่สามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจของเพื่อนๆ ได้บ้างนั้นตามมาดูกันเลยค่ะ

กำหนดเปอร์เซ็นของกำไรที่ต้องการ

     การตั้งราคาในแบบแรกเราได้นำมาให้เพื่อนๆ พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่นำไปคิดราคาคือ การกำหนดเปอร์เซ็นของกำไรที่ต้องการไว้เลยว่าต้องการกำไรกี่เปอร์เซ็นซึ่งการตั้งราคาแบบนี้เราเรียกว่า  Fixed Margin โดยเราจะ บวกหรือลบราคาได้นิดหน่อยซึ่งการคิดแบบนี้จะส่งผลให้ราคาขายนั้นขึ้นหรือลงตามราคาของต้นทุน ซึ่งการตั้งราคาแบบนี้ใช้กันอยู่ 2 แบบ โดยในแบบแรกเราจะเห็นได้จากบรรดาบริษัท หรือห้างร้านซึ่งจะทำการกำหนด Margin ไว้ว่าต้องการกำไรที่กี่เปอร์เซ็นไม่ว่าจะเป็นช่วงจัดโปรโมชั่นหรือในช่วงปกติ ส่วนแบบที่สอง เป็นการกำหนดราคาในแบบที่ต้องการรักษาระดับของกำไรเอาไว้เพื่อให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดำเนินงาน

ตั้งราคาสินค้าแตกต่างกัน

     เทคนิคในการตั้งราคาสินค้าให้แตกต่างกันแบบนี้ เป็นการตั้งราคาเพื่อให้สินค้าแต่ละตัวนั้นมีกำไรที่แตกต่างกันออกไป โดยดูที่ความเหมาะสมของของสินค้า เช่น เป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการสูง มีการแข่งขันที่สูง นอกจากนี้ยังรวมไปถึงประเภทของสินค้าที่มีความแตกต่างก็จะบวกกำไรที่แตกต่างกันออกไป  การตั้งราคาด้วยวิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้ร้านค้าดูน่าสนใจมีความหลากหลาย และสามารถดึงดูดให้ลูกค้ารู้สึกสนุกและสนใจที่จะเข้ามาเลือกซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น

ตั้งราคาเท่ากับคู่แข่ง

     การเลือกตั้งราคาให้เท่ากับคู่แข่งทางธุรกิจวิธีนี้ เรียกได้ว่าเป็นการตั้งราคาเพื่อจงใจแข่งขันกับร้านค้าคู่แข่งโดยเฉพาะ โดยกำหนดราคาของสินค้าชนิดประเภทที่เหมือนกันให้มีราคาเท่าๆ กันกับร้านค้าคู่แข่งโดยไม่สนใจว่ากำไรที่ได้นั้นจะมากหรือน้อย ซึ่งกลยุทธ์ในการตั้งราคาแบบนี้ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์คือลูกค้านั่นเอง

ตั้งราคาขายต่ำกว่าราคาปกติ

ตั้งราคาขายต่ำกว่าราคาปกติ

     เทคนิคและกลยุทธ์ในการตั้งราคาแบบนี้เหมาะสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเปิดกิจการใหม่เพื่อต้องการให้ลูกค้ารู้จัก และดึงดูดความสนใจจากลูกค้าให้เข้ามาชมพร้อมทั้งตัดสินใจซื้อสินค้าตั้งแต่ในครั้งแรกที่เข้ามาในร้าน และลูกค้ารู้สึกเกิดความพึงพอใจในสินค้าและเกิดการซื้อซ้ำ เพราะเป็นสินค้ามีคุณภาพและตรงกับความต้องการของลูกค้า เราก็สามารถปรับราคามาขายในราคาปกติได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้วิธีนี้อีก 

กลยุทธ์ตั้งราคาสินค้าบางตัวให้ราคาต่ำ

     อีกหนึ่งกลยุทธ์ในการตั้งราคาเพื่อดึงให้ลูกค้าให้สนใจและเกิดการตัดสินใจเดินเข้ามาที่ร้าน การตั้งราคาสินค้าบางตัวให้มีราคาต่ำ และเมื่อลูกค้าตัดสินใจเข้ามาเลือกซื้อสินค้าที่ราคาต่ำในร้าน ก็จะเลือกซื้อสินค้าอย่างอื่นไปด้วย เทคนิคและกลยุทธ์ในการตั้งราคาแบบนี้เรามักจะเห็นได้จากห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าปลีก ที่ติดป้าย Sale ลดราคาสินค้านั่นเอง

การตั้งราคาขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาขายทั่วไป

     วิธีการตั้งราคาแบบนี้หากเป็นพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ควรต้องศึกษาให้เข้าใจเพราะเป็นการตั้งราคาในแบบที่ขายถูกกว่าเจ้าอื่นๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกสินค้าขายดีหรือสินค้าที่เป็นตัวเด่นๆ ซึ่งการตั้งราคาที่ถูกกว่าเจ้าอื่นๆในตลาดแบบนี้โดยส่วนใหญ่มักจะได้รับการสนับสนุนจากบริษัทผู้ผลิตสินค้า ซึ่งตัวผู้ขายจะได้รับ Rebate หรือกำไรจากการทำเป้าในการขายนั่นเอง 

ตั้งราคาเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้ตลาดแล้วยึดครอง

     วิธีนี้เรียกได้ว่าเป็นการตั้งราคาที่โหดพอสมควร เพราะเป็นการตั้งราคาเพื่อให้เกิดความยุ่งยากและปั่นป่วนในตลาดเพื่อกำจัดคู่แข่งแล้วหลังจากนั้นจึงเข้าครอบครองตลาด ซึ่งกลยุทธ์การตั้งราคาในแบบนี้โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ลงทุนจะมีสายป่านที่ยาวและเงินทุนหนา 

ตั้งราคาขายแบบคงที่

     เทคนิคและกลยุทธ์ในการตั้งราคาขายแบบคงที่นี้ เป็นการตั้งราคาโดยที่ไม่ได้สนใจว่าต้นทุนจะมีการปรับขึ้นลงหรือไม่ก็ตาม แต่จะยังคงราคาเดิมเพื่อให้มีลูกค้าประจำและขายได้เรื่อยๆ ต่อไป

ตั้งราคาขายแบบคงที่

นำสินค้าหลายๆ ชนิดมารวมกันแล้วตั้งราคา

     การตั้งราคาแบบนี้เป็นการตั้งราคาที่ลูกค้าจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสินค้าตัวไหนถูกตัวไหนแพงและสินค้าชิ้นไหนที่คุ้มที่สุด เรียกวิธีการตั้งราคานี้อีกอย่างว่า Bundle Price 

ตั้งราคาที่สูงกว่าราคาจริง

     การตั้งราคาแบบนี้นิยมใช้ช่วงที่มีการจัดโปรลดราคา คือตั้งราคาไว้สูงเกินจริงแล้วจึงทำการลดราคาซึ่งวิธีนี้ไม่ว่าจะยังไงก็ยังได้กำไร นิยมใช้กับสินค้าประเภทแฟชั่น เพราะเป็นสินค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามเทรนด์หรือตามฤดูกาล และลูกค้าโดยส่วนใหญ่จะนิยมรอซื้อในช่วงที่จัด Sale ครั้งใหญ่

การตั้งราคาเชิงจิตวิทยา 

     เป็นการใช้ตัวเลขเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าสนใจ โดยการใช้ตัวเลขนั้นมีผลทางด้านจิตวิทยาต่อลูกค้าในการตัดสินใจซื้อสินค้า เช่น การตั้งราคาที่ลงท้ายด้วยเลข 9 หรือการตั้งราคาให้ดูมีความพรีเมี่ยมรู้สึกว่าสินค้าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดีเหมาะกับการสร้างภาพลักษณ์ให้สินค้าเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งการตั้งราคาแบบนี้นั้นต้องมั่นใจได้ว่าสินค้าของเราไม่เหมือนใครในตลาด และมีจุดเด่น

ตั้งราคาโดยพิจารณาจากการขนส่งหรือตามแนวของภูมิศาสตร์

     การตั้งราคาโดยใช้ภูมิศาสตร์และการขนส่งเป็นตัวกำหนดต้นทุนผู้ขายต้องพิจารณาปัจจัยที่หลากหลายประกอบกันได้แก่ ระยะทางในการขนส่งจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง วิธีในการขนส่ง ค่าขนส่ง การแข่งขันของตลาด รวมไปถึงวัตถุดิบที่เลือกใช้ เป็นต้น

ตั้งราคาโดยพิจารณาจากการขนส่งหรือตามแนวของภูมิศาสตร์

ตั้งราคาโดยแยกตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย 

     เป็นการตั้งราคาโดยพิจารณาจากกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย หรือกำหนดราคาพิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้าบางกลุ่มเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ากลุ่มนั้นๆกลับเข้ามาซื้อสินค้าซ้ำหรือใช้บริการอีกครั้ง เช่น การสะสมแต้มการใช้บัตรนักเรียนนักศึกษาเพื่อแลกส่วนลดสำหรับใช้บริการในครั้งถัดไป เป็นต้น

ตั้งราคาแบบหลอกล่อ

     เทคนิคนี้เป็นการสร้างความลังเลใจให้กับลูกค้าเพื่อตัดสินใจเลือก ด้วยการสร้างตัวเลือกขึ้นมา 3 ตัวเลือก ซึ่งตัวเลือกทั้ง 3 นี้ต่างก็มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซึ่งทั้ง 3 ตัวเรื่องนี้เองที่จะเป็นตัวหลอกล่อให้ลูกค้าหันไปสนใจซื้อสินค้าตัวอื่นที่ทางร้านอยากจะขายมากกว่าเพราะตัดสินใจได้ง่ายกว่าด้วยเหตุผลเพียงไม่กี่ข้อเมื่อเทียบกับอีก 3 ตัวเลือกข้างต้น

    สำหรับการตั้งราคาขายสินค้านั้นไม่ว่าจะใช้กลยุทธ์ใดในการตั้งราคาก็ตาม ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อในราคาที่พึงพอใจและคิดว่าคุ้มค่าตามการประเมินคุณค่าของตัวลูกค้าเองซึ่งแน่นอนว่าหากสินค้านั้นไม่ได้เป็นที่ต้องการของลูกค้า ถึงแม้ว่าราคาจะถูกแค่ไหนก็ไม่สามารถดึงดูดความสนใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ แต่ในทางกลับกันหากสินค้าชิ้นนั้นสามารถช่วยแก้ปัญหาและตอบโจทย์ความต้องการของตัวลูกค้าได้ถึงแม้ราคาจะสูงกว่าลูกค้าก็ยินดีที่จะจ่ายด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นเราจึงควรมองที่การสร้างมูลค่าแลความคุ้มค่าคุ้มราคาก่อน แล้วจึงนำมาตั้งราคาให้เหมาะสมจึงจะดีที่สุด

     นอกจากการตั้งราคาขายจะมีความสำคัญต่อธุรกิจแล้ว สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือสถานการณ์และคู่แข่งที่เราควรมองให้ขาด ทั้งนี้เพื่อนำมาปรับใช้ร่วมกันกับ เทคนิคและกลยุทธ์ในการตั้งราคาสินค้าสำหรับพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ควรรู้ ที่เราได้นำมาฝากเพื่อนๆ ในบทความนี้ในการตั้งราคาให้ตรงกับสินค้าและกลุ่มลูกค้าเป้าหมายค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *